หากคุณเคยสงสัยว่าทำไมค่าเงินปอนด์ถึงผันผวนรุนแรงในช่วงปี 2016 ถึง 2020 คำตอบส่วนใหญ่อยู่ที่คำเดียว: Brexit ในTh-Optionเราจะอธิบายตั้งแต่ความหมายของ Brexit ไปจนถึงกระบวนการทางกฎหมาย ข้อตกลง และผลที่ตามมาต่อตลาดการเงินโลก ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือเทรดเดอร์ที่ต้องการบริบทเชิงลึก บทความนี้ให้คำตอบที่ตรงประเด็นและอ้างอิงได้
Brexit หมายความว่าอะไร และมาจากไหน?
คำว่า Brexit เกิดจากการรวมคำ “Britain” กับ “exit” เข้าด้วยกัน ความหมายตรงตัวคือการออกจากสหภาพยุโรปของบริเตน หรือ brexit หรือ การถอนตัวของสหราชอาณาจักร จากองค์กรที่เคยเป็นสมาชิกมานานกว่า 40 ปี คำนี้กลายเป็นที่รู้จักทั่วโลกหลังจากการลงประชามติในปี 2016 และยังคงถูกใช้อย่างแพร่หลายในวงการการเมือง เศรษฐกิจ และการลงทุนมาจนถึงปัจจุบัน
ในทางกฎหมาย Brexit หมายถึง withdrawal of the united kingdom จาก EU และจาก the european atomic energy community ซึ่งเป็นสนธิสัญญาคู่ขนานที่ UK ลงนามไว้ด้วย กระบวนการ brexit process นี้ไม่ใช่การตัดสินใจง่าย ๆ แต่เป็นกระบวนการทางกฎหมาย การทูต และการเมืองที่ซับซ้อนที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุโรปยุคใหม่ การเข้าใจรากฐานของคำ ๆ นี้ช่วยให้เราตามข่าวและวิเคราะห์ตลาดได้แม่นยำขึ้น
น่าสังเกตว่าคำคล้ายกัน เช่น blexit ถูกนำไปใช้ในบริบทอื่น ๆ เช่น การเคลื่อนไหวทางการเมืองในสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่า Brexit มีอิทธิพลทางภาษาระดับนานาชาติ อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงการเงินและตลาดทุน Brexit ยังหมายถึงเหตุการณ์ของสหราชอาณาจักรเสมอ
ทำไม Referendum 2016 ถึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก?

วันที่ 23 มิถุนายน 2016 หรือ 23 june 2016 คือวันที่ประชาชนชาวอังกฤษออกมาใช้สิทธิ์ในการลงประชามติ referendum ว่าจะอยู่ใน EU ต่อไปหรือจะออก ผลที่ได้ทำให้โลกตื่นตะลึง เพราะ 51.9% ลงคะแนนเลือก to leave the european union ทำให้ the brexit vote กลายเป็นข่าวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในทศวรรษนั้น
ก่อนหน้า referendum จะเกิดขึ้น มีการถกเถียงอย่างดุเดือดระหว่างสองฝ่าย กลุ่มที่ campaign for brexit อ้างถึงอำนาจอธิปไตยของชาติ การควบคุมชายแดนและการย้ายถิ่นฐาน รวมถึงเงินสมทบที่ UK จ่ายให้ EU ในขณะที่อีกฝ่ายชี้ให้เห็น the economic impact of brexit ที่จะเกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างใช้สื่อและโซเชียลมีเดียในการหาเสียงอย่างเข้มข้น
ทันทีที่ผล referendum ออกมา ตลาดการเงินทั่วโลกตอบสนองอย่างฉับพลัน ค่าเงิน GBP/USD ดิ่งลงประมาณ 10% ภายในคืนเดียว นับเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดของค่าเงินปอนด์ในรอบหลายสิบปี นักลงทุนที่เตรียมพร้อมและติดตาม Brexit อย่างใกล้ชิดสามารถใช้ประโยชน์จากความผันผวนนี้ได้อย่างมาก โดยเฉพาะผ่านการเทรด Forexคู่ GBP
Article 50 คืออะไร และมันเริ่มต้น Brexit Process อย่างไร?
หลังจาก referendum ผ่านไป รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Theresa May ต้องเผชิญกับคำถามสำคัญ: จะเริ่มกระบวนการออกจาก EU อย่างเป็นทางการได้อย่างไร? คำตอบคือ article 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน ซึ่งเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่ระบุวิธีการที่ประเทศสมาชิกสามารถแจ้งความประสงค์ถอนตัวออกจาก EU ได้อย่างเป็นทางการ
ในเดือนมีนาคม 2017 รัฐบาลอังกฤษได้ยื่นหนังสือแจ้งเปิดใช้ article 50 อย่างเป็นทางการ โดยมี david davis รับบทบาทรัฐมนตรีว่าการ brexit คนแรก ทำหน้าที่นำทีมเจรจากับ EU นับจากวันนั้น สหราชอาณาจักรมีเวลา 2 ปีในการเจรจาเงื่อนไขการออกก่อนที่สมาชิกภาพจะสิ้นสุดโดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะมีการขยายเวลาออกไป
eu brexit guidelines ที่ออกมาจากฝั่ง EU ในช่วงแรกสะท้อนให้เห็นว่าสหภาพยุโรปจะไม่ยอมให้ UK ได้รับสิทธิประโยชน์จากตลาดเดียวโดยไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนด ข้อยืนหยัดนี้กลายเป็นหัวใจของ brexit negotiations ที่ดำเนินมาตลอดปี 2017 และ 2018 อย่างเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความไม่แน่นอน
The Withdrawal Agreement: ข้อตกลงที่สร้างประวัติศาสตร์การเมืองอังกฤษ
หลังจากการเจรจาอันยาวนาน ในปลายปี 2018 รัฐบาลของ Theresa May กับ EU ได้บรรลุ the withdrawal agreement ซึ่งเป็นเอกสาร 585 หน้าที่ครอบคลุมทุกด้านตั้งแต่สิทธิของพลเมือง EU ที่อาศัยอยู่ใน UK ไปจนถึงงบประมาณที่ UK ต้องชำระ รวมถึงกรอบความสัมพันธ์ทางการค้าชั่วคราวระหว่างสองฝ่าย
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวกลับเผชิญกับอุปสรรคใหญ่ใน house of commons โดยถูกสภาปฏิเสธถึง 3 ครั้งติดต่อกันด้วยคะแนนเสียงที่ห่างกันอย่างมาก the house of lords ก็ร่วมถกเถียงในประเด็นนี้เช่นกัน ความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าใน house of commons library ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นความพ่ายแพ้ทางรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษยุคใหม่
วิกฤตการณ์นี้นำไปสู่การลาออกของ Theresa May และการขึ้นมารับตำแหน่งของ Boris Johnson ในกลางปี 2019 Johnson เจรจาข้อตกลงดังกล่าวใหม่บางส่วน โดยเฉพาะในประเด็นพรมแดนไอร์แลนด์เหนือ และสามารถนำผ่านสภาได้สำเร็จในที่สุดช่วงปลายปี 2019
Brexit Delay: เมื่อกำหนดการออกถูกเลื่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หนึ่งในบทที่สร้างความสับสนให้ตลาดมากที่สุดคือช่วง brexit delay ซึ่งยืดยาวตลอดปี 2019 กำหนดเดิมที่ UK จะออกจาก EU คือ 29 มีนาคม 2019 แต่ถูกขอขยายเวลาออกไปเนื่องจากความล้มเหลวของ the withdrawal agreement ในรัฐสภา ตลาดการเงินที่เคยเตรียมรับมือกับวันออกจริง ต้องปรับตัวใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กำหนดใหม่ถูกตั้งขึ้นและถูกยืดออกอีก จนกระทั่ง 31 ตุลาคม 2019 ซึ่ง Boris Johnson ประกาศไว้อย่างแน่วแน่ก็ยังไม่สำเร็จ ความไม่แน่นอนในช่วง 2019 นี้ทำให้ค่าเงิน GBP อ่อนแอและผันผวน ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันหลายรายลดการถือครองสินทรัพย์ที่มูลค่าผูกกับเงินปอนด์อย่างชัดเจน
ความเสี่ยงของ no-deal brexit ซึ่งหมายถึงการที่ UK จะออกจาก EU โดยไม่มีข้อตกลงรองรับ เป็นปัจจัยกดดันตลาดตลอดช่วงนั้น no-deal brexit จะส่งผลให้การค้าและการเดินทางระหว่าง UK กับ EU กลับไปใช้กฎ WTO ทันที ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย
31 มกราคม 2020: วันที่ Brexit เสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย
หลังจากความวุ่นวายนานกว่า 3 ปี ในที่สุด UK ก็ออกจาก EU อย่างเป็นทางการเมื่อเที่ยงคืนวันที่ 31 มกราคม 2020 ตามเวลา Brussels นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศสมาชิก withdrawal from the european union อย่างเป็นทางการ ฝ่ายสนับสนุนจัดงานฉลองที่จัตุรัสรัฐสภา ขณะที่ฝ่ายคัดค้านโศกเศร้ากับการสิ้นสุดยุคสมัย
อย่างไรก็ตาม วันที่ 31 มกราคม 2020 ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดทั้งหมด เพราะ UK เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยังคงอยู่ภายใต้กฎของ EU ไปจนถึงสิ้นปี 2020 เพื่อให้มีเวลาเจรจา brexit deal ฉบับสมบูรณ์ ในช่วงนี้ตลาดการเงินค่อนข้างสงบกว่าปีก่อนหน้า เพราะนักลงทุนรู้ว่ายังมีเวลาปรับตัว
Brexit deal ฉบับสมบูรณ์ระหว่าง UK กับ EU ได้รับการลงนามในวันที่ 24 ธันวาคม 2020 เพียง 7 วันก่อนสิ้นช่วงเปลี่ยนผ่าน ข้อตกลงครอบคลุมการค้าสินค้า การประมง และความร่วมมือหลายด้าน แต่ยังคงมีข้อจำกัดโดยเฉพาะสำหรับภาคการเงินและบริการที่ UK มีจุดแข็งมากที่สุด

ผลกระทบของ Brexit ต่อ United Kingdom ในระยะยาว
ในปี 2021 ซึ่งเป็นปีแรกที่สหราชอาณาจักรอยู่นอก EU อย่างสมบูรณ์ ข้อมูลเชิงสถิติเริ่มสะท้อนให้เห็นผลกระทบที่แท้จริง การส่งออกสินค้าจากสหราชอาณาจักรไปยัง EU ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะสินค้าอาหาร สัตว์มีชีวิต และผลิตภัณฑ์ที่ต้องผ่านพิธีศุลกากรเพิ่มเติม ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กได้รับผลกระทบหนักกว่าบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทีมกฎหมายรองรับ
ในด้านการเงิน ค่าเงินปอนด์ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับก่อน referendum ปี 2016 อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้าและอัตราเงินเฟ้อในสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ บริษัทการเงินหลายแห่งได้ย้ายฐานการดำเนินงานบางส่วนจาก London ไปยังเมืองใน EU เช่น Dublin Frankfurt และ Paris ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สามารถติดตามได้ผ่านการเทรด CFDบนหุ้นและดัชนีที่เกี่ยวข้อง
ในทางตรงกันข้าม สหราชอาณาจักรก็ได้ประโยชน์บางด้าน เช่น ความยืดหยุ่นในการทำข้อตกลงการค้าอิสระกับประเทศนอก EU ได้เร็วขึ้น ในปี 2019 ก่อนออกอย่างเป็นทางการ สหราชอาณาจักรได้เริ่มเจรจาข้อตกลงกับหลายประเทศ และหลังออกจาก EU ก็ทำข้อตกลงกับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น ซึ่งสร้างช่องทางการค้าใหม่ที่ไม่สามารถทำได้ขณะยังอยู่ใน EU
Brexit กับ EU: ความสัมพันธ์ใหม่ที่ยังอยู่ระหว่างการปรับตัว
แม้กระบวนการนี้จะสิ้นสุดลงแล้วในทางกฎหมาย แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรกับ european union ยังคงเป็นประเด็นที่ซับซ้อน ปัญหาพรมแดนไอร์แลนด์เหนือยังคงเป็นจุดขัดแย้งสำคัญ เพราะ Brexit สร้างสถานการณ์ที่ไอร์แลนด์เหนือซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรแต่มีพรมแดนบกกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ซึ่งเป็น EU ต้องใช้กฎเกณฑ์พิเศษที่แตกต่างจากส่วนอื่น
ความร่วมมือในด้านความมั่นคง การแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง และการวิจัยวิทยาศาสตร์ก็ต้องได้รับการเจรจาใหม่เช่นกัน นักวิจัยชาวอังกฤษสูญเสียสิทธิ์บางส่วนในโปรแกรมทุนยุโรป และนักศึกษาไม่สามารถใช้สิทธิ์ Erasmus ในแบบเดิมได้อีกต่อไป ผลกระทบในด้านสังคมและวัฒนธรรมเหล่านี้อาจกินเวลายาวนานกว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ทั้งสองฝ่ายยังคงต้องทำงานร่วมกันในประเด็นที่มีผลประโยชน์ร่วม เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางพลังงาน และการรับมือกับโรคระบาด ผลลัพธ์สุดท้ายของ Brexit จึงขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้นำทั้งสองฝ่ายในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
Brexit กับโอกาสในการซื้อขายออปชั่น: มองย้อนหลังและมองไปข้างหน้า
สำหรับนักลงทุนในตลาดออปชั่น Brexit เป็นกรณีศึกษาที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของการลงทุนในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูง ทุกครั้งที่มีข่าวสำคัญจาก eu’s brexit เช่น การโหวตในรัฐสภา การขยายกำหนดเวลา หรือการเจรจาล้มแตก ค่าเงิน GBP เคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ที่ติดตามข่าวอย่างสม่ำเสมอสามารถวางสถานะได้ทันท่วงที
ดัชนี FTSE 100 ก็ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก Brexit เช่นกัน เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นอังกฤษหลายแห่งมีรายได้จากต่างประเทศในสกุลเงินยูโรและดอลลาร์ ดังนั้นเมื่อเงินปอนด์อ่อน ผลประกอบการที่แปลงกลับมาเป็นปอนด์กลับสูงขึ้น ทำให้ FTSE 100 บางครั้งเคลื่อนไหวสวนทางกับค่าเงิน GBP
บทเรียนจาก Brexit คือข่าวการเมืองและนโยบายสามารถสร้างโอกาสในตลาดออปชั่นได้พอ ๆ กับข้อมูลเศรษฐกิจ นักลงทุนที่ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังในปี 2016 ถึง 2020 และเข้าใจว่าแต่ละเหตุการณ์จะส่งผลต่อตลาดอย่างไร มักสร้างผลตอบแทนที่น่าประทับใจจากความผันผวนที่คนอื่นมองว่าเป็นความเสี่ยง

เบร็กซิตในมุมมองของนักวิเคราะห์: ใครได้ ใครเสีย?
เบร็กซิตยังคงเป็นหัวข้อที่นักวิชาการและนักวิเคราะห์ถกเถียงกันอย่างเข้มข้น ฝ่ายหนึ่งชี้ว่าสหราชอาณาจักรเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาลจากการออกจากตลาดเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกฝ่ายเชื่อว่าในระยะยาวสหราชอาณาจักรจะได้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นในการกำหนดนโยบายของตัวเอง ความจริงอาจอยู่ตรงกลาง ขึ้นอยู่กับว่าผู้นำทั้งสองฝ่ายจะใช้โอกาสนี้อย่างไร
สำหรับตลาดการเงิน เหตุการณ์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองสามารถคงอยู่ได้นานหลายปี ไม่ใช่แค่วันหรือสัปดาห์ นักลงทุนที่ชินกับรอบข่าวสั้น ๆ ต้องปรับวิธีคิดใหม่เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่มีผลกระทบยาวนานเช่นนี้ ในปี 2019 เพียงปีเดียว มีการพลิกผันของข่าวครั้งใหญ่หลายสิบครั้ง
ในปัจจุบัน การศึกษาประวัติของ Brexit ตั้งแต่ referendum ในปี 2016 จนถึงข้อตกลงในปี 2020 และ 2021 ยังคงมีคุณค่าสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าใจว่าเหตุการณ์ทางการเมืองขนาดใหญ่ส่งผลต่อตลาดอย่างไรในระยะสั้น กลาง และยาว เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ที่คล้ายกันในอนาคต
สรุปและสิ่งที่นักลงทุนควรจำเกี่ยวกับ Brexit
Brexit เป็นกระบวนการทางประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนแผนที่การเมืองและเศรษฐกิจของยุโรปไปอย่างถาวร จากจุดเริ่มต้นใน referendum ปี 2016 ผ่านวิกฤตรัฐสภา article 50 และ brexit delay จนถึงการออกจาก EU อย่างเป็นทางการ ทุกขั้นตอนล้วนสร้างผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกทั้งสิ้น นักลงทุนที่เข้าใจบริบทเหล่านี้ย่อมอยู่ในสถานะที่ดีกว่าในการรับมือกับความผันผวนที่ยังคงมีอยู่
เหตุการณ์นี้ยังแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในยุคปัจจุบันต้องอาศัยความเข้าใจทั้งในเชิงเศรษฐศาสตร์และการเมือง สหราชอาณาจักรยังคงปรับตัวกับสถานะใหม่ในฐานะประเทศนอก EU และ EU เองก็ต้องรับมือกับการสูญเสียสมาชิกที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองในองค์กร ผลลัพธ์สุดท้ายจึงยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า
แสดงความคิดเห็น