ทีมงาน Th-Option รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ MT4 ไว้ในบทความนี้ครบทุกด้าน ตั้งแต่ MT4 คืออะไร วิธีติดตั้ง วิธีใช้งาน ไปจนถึงความแตกต่างระหว่าง MT4 กับ MT5 ถ้าคุณเพิ่งเริ่มเทรด Forex หรืออยากเข้าใจแพลตฟอร์มนี้ให้ลึกขึ้น บทความนี้ตอบได้ตรงจุด

MT4 คืออะไร และใครเป็นผู้พัฒนา

MetaTrader 4 หรือที่เรียกย่อว่า MT4 คือ Trading Platform สำหรับเทรด Forex และสินทรัพย์การเงินอื่นๆ พัฒนาโดย MetaQuotes Software Corp บริษัทซอฟต์แวร์สัญชาติรัสเซีย ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2005

แพลตฟอร์มนี้กลายเป็นมาตรฐานของวงการ Trading ทั่วโลกในเวลาไม่นาน เหตุผลหลักคือใช้งานได้ฟรี รองรับทั้ง Windows และมือถือ และมีระบบ Expert Advisors ที่นักเทรดหลายล้านคนใช้งาน

MetaQuotes Software ยังพัฒนา MetaTrader 5 ออกมาในภายหลัง แต่ MT4 ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เทรด Forex รายย่อยและมือใหม่

MT4 รองรับตลาดและสินทรัพย์อะไรบ้าง

MT4 รองรับตลาดและสินทรัพย์อะไรบ้าง

MT4 ถูกออกแบบมาสำหรับตลาด Forex เป็นหลัก แต่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ขยายขอบเขตให้รองรับสินทรัพย์อื่นด้วย

สินทรัพย์ที่เทรดได้บน MetaTrader 4 มีดังนี้

  • คู่สกุลเงิน Forex เช่น EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD
  • CFD บนหุ้น รายบุคคลจากตลาดสหรัฐและยุโรป
  • ดัชนีหุ้น เช่น S&P 500, DAX, Nikkei
  • สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทอง น้ำมัน เงิน
  • Bitcoin และ Cryptocurrency บางตัว ขึ้นกับโบรกเกอร์

การเข้าถึง Markets เหล่านี้ทำได้ผ่าน CFDs ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ได้ถือสินทรัพย์จริง แต่เก็งกำไรจาก Price ที่เปลี่ยนแปลง

สินค้าโภคภัณฑ์ หุ้น ดัชนี และ Forex รวมอยู่ในที่เดียว นี่คือจุดแข็งที่ทำให้ MT4 ยังคงเป็นตัวเลือกหลักของนักเทรดหลายคน

วิธีดาวน์โหลดและติดตั้ง MT4 บนอุปกรณ์ต่างๆ

MT4 รองรับหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง Windows, MacOS, Android และ iOS ขั้นตอนการติดตั้งไม่ซับซ้อน

สำหรับ Windows ให้ดาวน์โหลด Installer จากเว็บไซต์โบรกเกอร์ที่คุณเลือก ไม่แนะนำให้ดาวน์โหลดจากแหล่งอื่น เพราะโบรกเกอร์แต่ละรายมีเซิร์ฟเวอร์เฉพาะของตัวเอง สำหรับ Mac ต้องใช้ตัวจำลอง เช่น Wine หรือ CrossOver เพราะ MT4 ไม่มีเวอร์ชัน Native บน MacOS

สำหรับมือถือ ค้นหา “MetaTrader 4” ใน App Store (iOS) หรือ Google Play (Android และ iOS) แล้วดาวน์โหลดได้เลย ใช้งานได้เกือบเต็มรูปแบบ เหมาะสำหรับติดตามตลาดและจัดการ Order ระหว่างวัน

วิธีใช้ MetaTrader 4 เบื้องต้นสำหรับมือใหม่

วิธีใช้ MetaTrader 4 เบื้องต้นสำหรับมือใหม่

วิธีใช้ MetaTrader 4 ให้คล่องต้องเริ่มจากทำความเข้าใจ Layout ของโปรแกรมก่อน หน้าจอหลักประกอบด้วยสี่ส่วนหลัก

  1. Market Watch แสดงราคา Bid/Ask ของ Instrument ทั้งหมด
  2. Navigator แสดงบัญชี Indicators และ Expert Advisors ที่ติดตั้งอยู่
  3. Chart Window หน้าต่างกราฟสำหรับวิเคราะห์ Price
  4. Terminal แสดง Trade ที่เปิดอยู่ ประวัติ และการแจ้งเตือน

การใช้ MT4 เปิด Trade ครั้งแรกทำได้โดยคลิกขวาที่กราฟแล้วเลือก “New Order” หรือกด F9 จากนั้นเลือกปริมาณ กำหนด Stop Loss และ Take Profit แล้วกด Buy หรือ Sell

Layout ของ MT4 ดูเยอะในตอนแรก แต่หลังจากใช้งานไปสักสองสามวัน ทุกอย่างจะเริ่มคุ้นเคย การใช้ MT4 จริงๆ ไม่ยากเท่าที่คิด

ระบบ Order ใน MT4 มีอะไรบ้าง

MT4 รองรับ Order หลายประเภท ซึ่งให้ความยืดหยุ่นในการวางแผนเทรด

ประเภท Order ความหมาย ใช้เมื่อไร
Market Order เปิด Trade ที่ราคาตลาดทันที ต้องการเข้าทันที
Buy Limit Buy เมื่อราคาลงมาถึงจุดที่กำหนด รอซื้อที่ราคาถูกกว่าปัจจุบัน
Sell Limit Sell เมื่อราคาขึ้นไปถึงจุดที่กำหนด รอขายที่ราคาสูงกว่าปัจจุบัน
Stop Loss ปิด Trade อัตโนมัติเมื่อขาดทุนถึงจุดที่กำหนด จำกัดความเสียหาย
Take Profit ปิด Trade อัตโนมัติเมื่อได้กำไรถึงจุดที่กำหนด ล็อคกำไรโดยไม่ต้องนั่งจ้อง

Pending Orders ใน MT4 มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ไม่สามารถนั่งหน้าจอตลอดเวลา กำหนดจุดเข้าและออกไว้ล่วงหน้า แล้วให้ระบบจัดการเอง

การตั้ง Stop Loss และ Take Profit ทุกครั้งที่เปิด Trade คือนิสัยที่ดีที่สุดที่นักเทรดมือใหม่ควรฝึก Stop Loss และ Take Profit ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นวินัยการบริหารความเสี่ยง

Indicators ใน MT4 มีอะไรและใช้อย่างไร

MT4 มี Indicators ในตัวมากกว่า 30 ตัว ครอบคลุมทั้ง Trend, Oscillator, Volume และ Bill Williams Indicators ที่ใช้กันบ่อยได้แก่ Moving Average, RSI, MACD, Bollinger Bands และ Stochastic

การเพิ่ม Indicators ทำได้ง่ายมาก คลิกที่เมนู Insert เลือก Indicators แล้วเลือกตัวที่ต้องการ หรือลากจาก Navigator ไปวางบนกราฟโดยตรง อินดิเคเตอร์ MT4 แต่ละตัวมีการตั้งค่าพารามิเตอร์ที่ปรับได้

นอกจากนี้ MT4 ยังรองรับ Indicators ที่เขียนขึ้นเองด้วยภาษา MQL4 ซึ่งเปิดกว้างให้นักพัฒนาและนักเทรดที่ต้องการเครื่องมือเฉพาะทาง คอมมูนิตี้ออนไลน์มี Indicators สำเร็จรูปให้ดาวน์โหลดใช้ฟรีนับพัน

Expert Advisors คืออะไร และทำงานอย่างไรบน MT4

Expert Advisors หรือ EA คือโปรแกรมอัตโนมัติที่รันอยู่บน MT4 และเทรดแทนคุณตาม Strategy ที่กำหนดไว้ เขียนด้วยภาษา MQL4 เหมือนกับ Indicators

EA สามารถทำได้ทุกอย่างที่นักเทรดทำด้วยมือ ทั้งการเปิด Order การตั้ง Stop Loss การปิด Position และการจัดการ Limit ต่างๆ ความแตกต่างคือมันทำงาน 24 ชั่วโมงโดยไม่เหนื่อยและไม่มีอารมณ์เข้ามาแทรก

การใช้ Expert Advisor บน MT4 ต้องให้ MT4 รันอยู่ตลอดเวลา ถ้าคอมปิดหรือหลุดอินเทอร์เน็ต EA จะหยุดทำงาน นักเทรดที่ใช้ EA จริงจังมักใช้ VPS เพื่อให้ MT4 รันต่อเนื่อง

MT4 กับ MT5 ต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้ตัวไหน

ทั้งสองแพลตฟอร์มพัฒนาโดย MetaQuotes เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างหลายจุดที่ส่งผลต่อการใช้งานจริง ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่า MT5 ดีกว่าทุกด้าน แต่จริงๆ แล้วขึ้นกับว่าคุณเทรดอะไร

คุณสมบัติ MT4 MT5
ปีที่เปิดตัว 2005 2010
ตลาดหลัก Forex Forex, หุ้น, ฟิวเจอร์ส
Timeframe 9 Timeframes 21 Timeframes รวม Weekly
ภาษาโปรแกรม MQL4 MQL5
ประเภท Order 4 ประเภท 6 ประเภท
Hedging รองรับ ขึ้นกับการตั้งค่าบัญชี
Strategy Tester Single Currency Multi-Currency พร้อมกัน
Depth of Market ไม่มี มี
EA Compatibility ไม่รองรับ EA ของ MT5 ไม่รองรับ EA ของ MT4
ความนิยมใน Forex สูงมาก กำลังเพิ่มขึ้น
ขนาดคอมมูนิตี้ EA/Indicator ใหญ่มาก กำลังเติบโต

สรุปง่ายๆ คือถ้าคุณเทรด Forex เป็นหลักและต้องการใช้ EA หรือ Indicators จากคอมมูนิตี้ที่มีอยู่มาก MetaTrader 4 ยังเป็นคำตอบที่ดีกว่า แต่ถ้าคุณต้องการเทรดหุ้นจริง ฟิวเจอร์ส หรืออยากได้ Timeframe ที่หลากหลายกว่า MetaTrader 5 เหมาะกว่า

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเทรด Forex เลือก MetaTrader 4 ก่อน เหตุผลง่ายๆ คือมีแหล่งเรียนรู้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษเยอะกว่ามาก และโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ในไทยยังรองรับแพลตฟอร์มนี้เป็นหลัก

โบรกเกอร์ยอดนิยมในไทยที่รองรับ MetaTrader 4

โบรกเกอร์ยอดนิยมในไทยที่รองรับ MetaTrader 4

ไม่ใช่ทุกโบรกเกอร์ที่รองรับ MetaTrader 4 บางรายใช้แพลตฟอร์มของตัวเอง บางรายรองรับแค่ MT5 และบางรายรองรับทั้งคู่ การเลือกโบรกเกอร์ที่รองรับแพลตฟอร์มที่คุณต้องการเป็นเรื่องสำคัญที่ควรเช็คก่อนเปิดบัญชี

โบรกเกอร์ MT4 MT5 แพลตฟอร์มอื่น เหมาะกับ
Exness Exness Terminal (Web) Forex, CFD, สินค้าโภคภัณฑ์
XM XM WebTrader Forex, หุ้น, ดัชนี
FBS FBS Trader (แอปตัวเอง) Forex, CFD
Pepperstone cTrader, TradingView Forex, CFD, ECN
IC Markets cTrader Forex, CFD, ECN
IQ Option IQ Option Platform (ตัวเอง) Digital Options, CFD
Exnova Exnova Platform (ตัวเอง) Binary Options, CFD
eToro eToro Platform, Copy Trading Copy Trading, หุ้น, Crypto

โบรกเกอร์ที่รองรับ MetaTrader 4 ได้ดีที่สุดในไทยคือ Exness, XM และ FBS เพราะมีภาษาไทย ฝ่ายซัพพอร์ตภาษาไทย และมีแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้เริ่มต้นโดยเฉพาะ

สำหรับนักเทรดที่เน้น Execution เร็วและ Spread ต่ำแบบ ECN Pepperstone และ IC Markets เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ซัพพอร์ตภาษาไทยอาจน้อยกว่า

IQ Option และ Exnova ใช้แพลตฟอร์มของตัวเองและเน้น Digital Options และ Binary Options ซึ่งต่างจาก Forex Trading แบบดั้งเดิมที่ใช้แพลตฟอร์มนี้

MT4 ปลอดภัยไหม มีการกำกับดูแลอย่างไร

MT4 เป็นแค่ Software ไม่ใช่โบรกเกอร์ ความปลอดภัยของเงินทุนจึงขึ้นกับโบรกเกอร์ที่คุณเลือก ไม่ใช่ตัวแพลตฟอร์ม

MetaQuotes Software Corp ที่พัฒนา MT4 ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลทางการเงินโดยตรง แต่โบรกเกอร์ที่ให้บริการ MT4 ต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น Financial Services Commission หรือ FSC และองค์กรระดับยุโรปอย่าง CySEC

ก่อนเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ใช้ MT4 ควรตรวจสอบว่าโบรกเกอร์นั้นมีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือหรือไม่ แพลตฟอร์ม MT4 เองปลอดภัย แต่โบรกเกอร์บางรายไม่ปลอดภัย

MT4 เหมาะกับใครบ้าง และมีข้อจำกัดอะไร

MetaTrader 4 หรือ MT4 เหมาะกับนักเทรดหลายกลุ่ม แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน

กลุ่มที่เหมาะกับ MT4

  • นักเทรด Forex มือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นจากแพลตฟอร์มมาตรฐาน
  • Trader ที่ใช้ EA และต้องการ MQL4 Ecosystem ที่ใหญ่
  • คนที่เทรดจากมือถือและต้องการ Android และ iOS ที่เสถียร
  • นักเทรดที่เน้น Forex, CFD, สินค้าโภคภัณฑ์ และดัชนี

ข้อจำกัดของ MT4 ที่ควรรู้

  • ไม่มีเวอร์ชัน Native บน Mac ต้องใช้ตัวจำลอง
  • ไม่รองรับการเทรดหุ้นจริง (Shares) เฉพาะ CFD บนหุ้น
  • จำนวน Timeframe น้อยกว่า MetaTrader 5
  • ระบบ Execution บางโบรกเกอร์ไม่รองรับ ECN แบบเต็มรูปแบบ
  • MetaTrader 4 ไม่มีระบบทดสอบ Strategy แบบ Multi-Currency พร้อมกัน

วิธีเทรด Forex บน MT4 นั้นเรียนรู้ได้เร็ว แต่การเป็น Trader ที่ดีต้องใช้เวลากับการฝึกวิเคราะห์ตลาดมากกว่าการเรียนใช้เครื่องมือ

วิธีเปิดบัญชีและเริ่มใช้งาน MT4

วิธีเปิดบัญชีและเริ่มใช้งาน MT4

การเปิดบัญชีเพื่อใช้ MT4 ทำได้ผ่านโบรกเกอร์ที่รองรับแพลตฟอร์มนี้ ขั้นตอนหลักมีดังนี้

  1. เลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตและรองรับ MT4
  2. สมัครบัญชีจริงหรือบัญชีทดลอง (Demo)
  3. ดาวน์โหลด MT4 จากเว็บไซต์โบรกเกอร์
  4. ล็อกอินด้วยรหัสบัญชีที่โบรกเกอร์ส่งมาทางอีเมล
  5. ฝากเงินและเริ่มเทรด

แนะนำให้เริ่มด้วยบัญชีทดลองก่อนเสมอ MetaTrader 4 มีบัญชีเดโมให้ใช้ฟรีโดยไม่ต้องฝากเงิน ใช้เรียนรู้ Layout, ฝึกเปิด Order และทดสอบ Strategy โดยไม่มีความเสี่ยงจริง

บน MT4 การสลับระหว่างบัญชีเดโมกับบัญชีจริงทำได้ง่ายมาก แค่คลิกขวาที่ชื่อบัญชีใน Navigator แล้วเลือก Login

เปิดบัญชีและเริ่มการใช้ MT4 สำหรับมือใหม่

Forex สำหรับมือใหม่อาจดูซับซ้อนในตอนแรก แต่การเปิดบัญชีเพื่อเทรด Forex บน MT4 นั้นใช้เวลาไม่นาน โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้สมัครออนไลน์ได้เลย ไม่ต้องไปสาขา กรอกข้อมูลส่วนตัว ยืนยันตัวตน และรอรับรหัสบัญชีทางอีเมลภายในไม่กี่ชั่วโมง

หลังจากเปิดบัญชีแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือดาวน์โหลด MT4 จากเว็บไซต์โบรกเกอร์และล็อกอินด้วยรหัสที่ได้รับ ถ้าคุณยังไม่พร้อมเทรดด้วยเงินจริง ให้เลือกบัญชีเดโมก่อน ฝึกทำความเข้าใจตลาด Forex และทดลองเปิด-ปิด Trade จนคุ้นเคยกับแพลตฟอร์ม

การใช้ MT4 ตั้ง Stop Loss ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

การใช้ MT4 ให้มีประสิทธิภาพเริ่มต้นจากนิสัยเล็กๆ อย่างหนึ่ง คือการตั้ง Stop Loss ทุกครั้งที่เทรด โดยไม่มีข้อยกเว้น หลายคนที่เริ่มเทรด Forex ใหม่ๆ มักข้ามขั้นตอนนี้เพราะคิดว่าจะดูแลเอง แต่ตลาด Forex เคลื่อนไหวเร็วและไม่รอใคร

วิธีตั้ง Stop Loss ใน MT4 ทำได้ตอนเปิด Order เลย ในหน้าต่าง New Order ให้กรอกจุด Stop Loss ในช่อง “Stop Loss” ก่อนกด Buy หรือ Sell เสมอ การฝึกนิสัยนี้ตั้งแต่แรกและการเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือคือสองสิ่งที่แยกนักเทรดที่อยู่รอดระยะยาวออกจากคนที่ล้างพอร์ตในช่วงแรก

โดยสรุปแล้ว MT4 หรือ MT5 อันไหนดีกว่ากัน?

MetaTrader 4 เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการซื้อขายฟอเร็กซ์ ระบบใช้งานง่าย มีตัวชี้วัดและ Expert Advisors (EAs) มากมาย ผู้ใช้สามารถเรียนรู้การใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และโบรกเกอร์ส่วนใหญ่รองรับแพลตฟอร์มนี้

MetaTrader 5 มีฟีเจอร์ขั้นสูงกว่า ช่วยให้ผู้ใช้สามารถซื้อขายหุ้นและฟิวเจอร์สได้ พร้อมทั้งใช้เครื่องมือวิเคราะห์ที่ซับซ้อนและทดสอบกลยุทธ์ของตนในตลาดต่างๆ ได้

แพลตฟอร์มนี้เป็นเครื่องมือที่ให้ผลลัพธ์ตามความสามารถในการจัดการความเสี่ยงและควบคุมตนเอง เริ่มต้นด้วยบัญชีทดลอง ฝึกฝนจนกว่าจะคุ้นเคย แล้วค่อยใช้เงินจริง

พร้อมซื้อขายแล้วหรือยัง?

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ MetaTrader 4

MT4 เทรดอะไรได้บ้าง

MetaTrader 4 รองรับการเทรด Forex (คู่สกุลเงินหลัก รอง และ Exotic), CFD บนหุ้น, ดัชนีหุ้น เช่น S&P 500 และ DAX, สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองและน้ำมัน รวมถึง Bitcoin และ Cryptocurrency บางตัว ทั้งนี้ขึ้นกับว่าโบรกเกอร์ที่คุณใช้เปิดให้เทรดสินทรัพย์ใดบ้าง เพราะแพลตฟอร์มเป็นแค่เครื่องมือ สินทรัพย์ที่มีให้เทรดจริงๆ ขึ้นกับโบรกเกอร์

MT4 กับ MT5 ต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างหลักคือ MetaTrader 4 ออกแบบมาสำหรับ Forex โดยเฉพาะ มี 9 Timeframe และใช้ภาษา MQL4 ส่วน MetaTrader 5 รองรับตลาดมากกว่า มี 21 Timeframe รวม Weekly มี 6 ประเภท Order และใช้ภาษา MQL5 ที่ประมวลผลเร็วกว่า แต่ EA และ Indicators ของสองแพลตฟอร์มใช้แทนกันไม่ได้

บัญชี MT4 คืออะไร

บัญชี MetaTrader 4 คือบัญชีเทรดที่เปิดกับโบรกเกอร์และล็อกอินเข้าใช้งานผ่านแพลตฟอร์มนี้ มีสองประเภทหลักคือบัญชีเดโม (ใช้เงินเสมือนฝึกฝนฟรี) และบัญชีจริง (ใช้เงินจริง) โบรกเกอร์บางรายแบ่งย่อยอีกเป็น Standard, ECN, Pro ขึ้นกับโครงสร้าง Spread และ Execution

เครื่องมือ MT4 มีอะไรบ้าง

เครื่องมือหลักใน MetaTrader 4 ได้แก่ Indicators มากกว่า 30 ตัว (Moving Average, RSI, MACD, Bollinger Bands ฯลฯ), เครื่องมือวาดกราฟ (เส้นแนวโน้ม, Fibonacci, Channel), ระบบ Pending Orders และ Stop Loss, Expert Advisors สำหรับเทรดอัตโนมัติ, Strategy Tester สำหรับทดสอบ Strategy กับข้อมูลย้อนหลัง และระบบ Alerts สำหรับแจ้งเตือนเมื่อราคาถึงจุดที่กำหนด

Forex ในไทยผิดกฎหมายไหม

การเทรด Forex ในประเทศไทยผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตจากต่างประเทศนั้นอยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้ออกใบอนุญาตให้โบรกเกอร์ Forex ต่างประเทศโดยตรง แต่ก็ไม่มีกฎหมายห้ามบุคคลธรรมดาเทรดผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศอย่างชัดเจน ในทางปฏิบัติ นักเทรดรายย่อยในไทยใช้บริการโบรกเกอร์ต่างประเทศได้ แต่ควรศึกษากฎระเบียบเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเงินหากมีข้อสงสัย

CFD กับ Forex ต่างกันอย่างไร

Forex คือการเทรดคู่สกุลเงิน เช่น EUR/USD โดยตรง เป็น Financial Instrument ที่มีตลาดของตัวเอง ส่วน CFD (Contract for Difference) คือสัญญาเก็งกำไรส่วนต่างของราคาสินทรัพย์ใดๆ โดยไม่ต้องถือสินทรัพย์จริง CFD สามารถอ้างอิงกับหุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ หรือแม้แต่ Bitcoin ได้ ในทางเทคนิค การเทรด Forex ผ่านโบรกเกอร์ Retail ส่วนใหญ่ก็ถือเป็น CFD ด้วยเช่นกัน เพราะคุณไม่ได้แลกเงินจริงๆ แต่เก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของ Price

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ:

วิธีใช้ Neteller สำหรับการซื้อขาย

ดัชนี NASDAQ ทำงานอย่างไร