Margin คือ แนวคิดสำคัญที่เทรดเดอร์และนักลงทุนทุกคนควรเข้าใจ ไม่ว่าจะเทรด Forex หุ้น หรือคริปโต คำนี้ปรากฏอยู่ทุกที่ในโลกการเงิน มาร์จิ้น คือ เครื่องมือที่ช่วยเพิ่มโอกาสแต่ก็มาพร้อมความเสี่ยง Th-Option ได้รวบรวมข้อมูลครบถ้วนเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจทุกแง่มุมของ margin อย่างละเอียด

Margin คืออะไร? ความหมายของมาร์จิ้นในโลกการลงทุน

Margin คืออะไร? ความหมายของมาร์จิ้นในโลกการลงทุน

Margin คืออะไร ในภาษาง่ายๆ คือเงินค้ำประกันหรือเงินประกันที่คุณต้องวางไว้กับโบรกเกอร์เพื่อเปิดและคงสถานะการเทรด Margin แปล ตรงตัวว่า “ขอบ” หรือ “ส่วนต่าง” แต่ในบริบทการเทรดหมายถึงเงินที่ต้องวางไว้เป็นหลักประกัน มาจิ้น แปลว่า สิ่งเดียวกัน แค่เขียนต่างกันตามการออกเสียง

มาจิ้น หรือ margin ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมและไม่ใช่ต้นทุนการเทรด มันคือเงินของคุณที่ถูกกันไว้ชั่วคราวขณะที่มีสถานะเปิดอยู่ เมื่อปิดสถานะ เงินส่วนนี้จะถูกปล่อยกลับมาให้คุณใช้ได้อีกครั้ง มาร์จิ้น คือ กลไกที่ทำให้โบรกเกอร์มั่นใจว่าคุณมีเงินเพียงพอที่จะรับความเสี่ยงจากสถานะที่เปิดไว้

ในโลกการเงิน คำว่า margin มีหลายความหมายขึ้นอยู่กับบริบท ในการเทรดหมายถึงเงินค้ำประกัน ในทางธุรกิจหมายถึงส่วนต่างกำไร และในทางสถิติหมายถึงขอบเขตความคลาดเคลื่อน บทความนี้จะครอบคลุมทุกความหมาย

มาร์จิ้น (Margin) ทำงานอย่างไรในการเทรด Forex

มาร์จิ้น (Margin) ทำงานอย่างไรในการเทรด Forex

Margin คือ กลไกสำคัญในการเทรด Forex ที่ช่วยให้คุณสามารถเปิดสถานะที่มีมูลค่ามากกว่าเงินทุนจริงที่มี เมื่อคุณต้องการเปิดสถานะ โบรกเกอร์จะกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็น margin ส่วนที่เหลือคุณยังใช้ได้ การเข้าใจ margin level และองค์ประกอบต่างๆ จะช่วยให้บริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น

Margin ที่ใช้ไป (Used Margin) คืออะไร

Margin ที่ใช้ไปหรือ Used Margin คือเงินที่ถูกกันไว้แล้วสำหรับสถานะที่เปิดอยู่ในปัจจุบัน เงินส่วนนี้ถูก “ล็อก” ไว้และไม่สามารถใช้เปิดสถานะใหม่หรือถอนออกได้จนกว่าจะปิดสถานะ

ตัวอย่างเช่น หากคุณมีเงินในบัญชี 1,000 ดอลลาร์ และเปิดสถานะที่ต้องใช้ margin 200 ดอลลาร์ Used Margin ของคุณคือ 200 ดอลลาร์ หากเปิดสถานะเพิ่มอีกที่ต้องใช้ margin 150 ดอลลาร์ Used Margin รวมจะเป็น 350 ดอลลาร์

Free Margin คืออะไร และสำคัญแค่ไหน

Free margin คือ เงินที่เหลืออยู่ในบัญชีหลังหักส่วนที่ใช้เป็น margin ไปแล้ว และรวมกำไรขาดทุนจากสถานะที่เปิดอยู่ เงินส่วนนี้สามารถใช้เปิดสถานะใหม่หรือถอนออกได้

สูตรคำนวณ Free Margin

Free Margin = Equity – Used Margin

โดยที่ Equity = ยอดเงินในบัญชี + กำไร/ขาดทุนที่ยังไม่ปิด

Free Margin สำคัญมากเพราะเป็นตัวบอกว่าคุณมีเงินเหลือแค่ไหนในการรองรับความผันผวน หาก Free Margin น้อยเกินไปและราคาเคลื่อนไหวสวนทาง คุณอาจโดน Margin Call

Margin Level คืออะไร ใช้ดูความเสี่ยงอย่างไร

Margin Level คืออะไร ใช้ดูความเสี่ยงอย่างไร

Margin level คือ อัตราส่วนระหว่าง Equity กับ Used Margin แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บอกว่าบัญชีของคุณมีความเสี่ยงแค่ไหน

สูตรคำนวณ Margin Level

Margin Level = (Equity / Used Margin) × 100%

Margin Levelสถานะความหมาย
สูงกว่า 500%ปลอดภัยมี margin เหลือเยอะ
200-500%พอใช้ได้ควรระวัง
100-200%เสี่ยงใกล้ Margin Call
ต่ำกว่า 100%อันตรายอาจถูก Margin Call
ต่ำกว่า 50%วิกฤตอาจถูก Stop Out

ยิ่ง Margin Level สูง ยิ่งปลอดภัย หาก Margin Level ลดลงต่ำกว่าระดับที่โบรกเกอร์กำหนด (มักอยู่ที่ 50-100%) โบรกเกอร์อาจบังคับปิดสถานะ

วิธีคำนวณ Margin ในการเทรด Forex

วิธีคำนวณ Margin ในการเทรด Forex

Margin คือ สิ่งที่คำนวณได้จากสูตรง่ายๆ การรู้วิธีคำนวณจะช่วยให้วางแผนการเทรดได้ดีขึ้น

สูตรพื้นฐาน

Margin ที่ต้องใช้ = (ขนาดสถานะ / Leverage) × อัตราแลกเปลี่ยน

ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการเปิดสถานะ 1 lot (100,000 หน่วย) ในคู่ EUR/USD ด้วย leverage 1:100

Margin = 100,000 / 100 = 1,000 EUR หรือประมาณ 1,080 USD (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน)

ตัวอย่างการคำนวณ Margin แบบเข้าใจง่าย

ลองดูตัวอย่างที่ชัดเจนกว่านี้

รายการค่า
คู่เงินEUR/USD
ขนาดสถานะ0.1 lot (10,000 หน่วย)
Leverage1:100
อัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD1.08

การคำนวณ

  1. ขนาดสถานะในสกุลหลัก = 10,000 EUR
  2. Margin ที่ต้องใช้ (EUR) = 10,000 / 100 = 100 EUR
  3. Margin ที่ต้องใช้ (USD) = 100 × 1.08 = 108 USD

ดังนั้น หากคุณมีเงินในบัญชี 500 USD และเปิดสถานะนี้ Used Margin จะเป็น 108 USD และ Free Margin จะเป็น 392 USD (ไม่รวมกำไรขาดทุน)

Margin Call คืออะไร? และเกิดขึ้นเมื่อไหร่

Margin Call คืออะไร? และเกิดขึ้นเมื่อไหร่

Margin call คือ การแจ้งเตือนจากโบรกเกอร์ว่า Margin Level ในบัญชีของคุณลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณอาจต้องเติมเงินเข้าบัญชีหรือปิดบางสถานะ ก่อนที่โบรกเกอร์จะบังคับปิดให้

Margin Call เกิดขึ้นเมื่อ

  • สถานะที่เปิดขาดทุนมากจน Equity ลดลง
  • Margin Level ลดลงต่ำกว่าระดับที่โบรกเกอร์กำหนด (เช่น 100%)
  • Free Margin ติดลบหรือใกล้ศูนย์

หาก Margin Level ลดลงต่อไปหลังจาก Margin Call โดยไม่มีการเติมเงินหรือปิดสถานะ โบรกเกอร์จะทำการ Stop Out คือการบังคับปิดสถานะเพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีติดลบ

วิธีหลีกเลี่ยง Margin Call สำหรับมือใหม่

การหลีกเลี่ยง Margin Call ทำได้หลายวิธี

  • ใช้ Leverage ต่ำกว่าที่โบรกเกอร์ให้ อย่าใช้เต็มที่
  • ตั้ง Stop Loss ทุกครั้งที่เปิดสถานะ
  • ไม่เปิดสถานะใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับเงินทุน
  • ไม่เสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนต่อการเทรดแต่ละครั้ง
  • ติดตาม Margin Level อยู่เสมอ
  • มี Free Margin เหลือเพียงพอรองรับความผันผวน

Margin กับ Leverage ต่างกันอย่างไร

Margin กับ Leverage ต่างกันอย่างไร

Margin และ Leverage เป็นแนวคิดที่เกี่ยวข้องกันแต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน หลายคนสับสนระหว่างสองคำนี้

ความแตกต่างMarginLeverage
ความหมายเงินค้ำประกันที่ต้องวางอัตราส่วนขยายอำนาจซื้อ
แสดงเป็นจำนวนเงินอัตราส่วน (เช่น 1:100)
ความสัมพันธ์Leverage สูง = Margin ต่ำMargin ต่ำ = Leverage สูง
ใครกำหนดคำนวณจาก Leverageโบรกเกอร์กำหนด

Leverage คืออัตราส่วนที่บอกว่าคุณสามารถควบคุมเงินได้กี่เท่าของเงินที่วาง ส่วน Margin คือเงินที่ต้องวางจริง ยิ่ง Leverage สูง ยิ่งต้องวาง Margin น้อยลง

ตัวอย่าง หากต้องการเปิดสถานะ 10,000 USD

  • Leverage 1:10 ต้องวาง Margin 1,000 USD
  • Leverage 1:100 ต้องวาง Margin 100 USD
  • Leverage 1:500 ต้องวาง Margin 20 USD

Margin ในตลาดอื่นๆ นอกเหนือจาก Forex

แนวคิดเรื่อง Margin ไม่ได้มีเฉพาะในตลาด Forex แต่พบได้ในหลายตลาดการเงินและหลายบริบททางธุรกิจ

Margin ในหุ้นและคริปโต ต่างกันอย่างไร

คริปโตกับหุ้นต่างกันยังไง ในแง่ของ Margin? ทั้งสองตลาดมีการใช้ Margin Trading แต่มีความแตกต่างสำคัญ

ปัจจัยหุ้น (Margin Trading)คริปโต (Margin Trading)
Leverage ทั่วไป1:2 ถึง 1:41:2 ถึง 1:100+
การกำกับดูแลเข้มงวดน้อยกว่า
ความผันผวนปานกลางสูงมาก
ความเสี่ยงปานกลางสูงมาก
เวลาซื้อขายเฉพาะเวลาตลาดเปิด24/7

การใช้ Margin ในคริปโตเสี่ยงมากกว่าเพราะราคาผันผวนสูงอยู่แล้ว เมื่อรวมกับ Leverage ความเสี่ยงจะทวีคูณขึ้นไปอีก

Margin ทางบัญชี คืออะไร

Margin ทางบัญชี คือ ส่วนต่างระหว่างรายได้กับต้นทุนหรือค่าใช้จ่าย แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ Margin ทาง บัญชี คือ สิ่งที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ใช้ประเมินประสิทธิภาพของบริษัท

ตัวอย่างเช่น Profit margin คือ อัตราส่วนกำไรต่อรายได้ หากบริษัทมีรายได้ 1 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 100,000 บาท Profit Margin จะเป็น 10%

Margin การตลาด คืออะไร

มาร์จิ้น การตลาด คือ ส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนสินค้า มักใช้ในการกำหนดราคาและวิเคราะห์กำไรขั้นต้น เป็นตัวชี้วัดที่บอกว่าธุรกิจมีกำไรจากการขายสินค้าแต่ละชิ้นเท่าไหร่ก่อนหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ตัวอย่างเช่น หากขายสินค้าราคา 100 บาทและต้นทุนสินค้า 60 บาท Margin การตลาดจะเป็น 40 บาทหรือ 40%

ประเภทของ Margin และตัวชี้วัดทางธุรกิจที่ควรรู้

ในทางธุรกิจและการเงิน มี Margin หลายประเภทที่ใช้วัดประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไร

Gross Margin คืออะไร

Gross margin คือ อัตราส่วนกำไรขั้นต้นต่อรายได้ แสดงให้เห็นว่าหลังหักต้นทุนขายแล้ว ธุรกิจเหลือกำไรขั้นต้นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้

สูตร Gross Margin = (รายได้ – ต้นทุนขาย) / รายได้ × 100%

Gross Margin สูงหมายความว่าธุรกิจมีประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการผลิตหรือจัดหาสินค้า

Gross Profit Margin คืออะไร

Gross profit margin คือ สิ่งเดียวกับ Gross Margin แค่เรียกต่างกัน หมายถึงอัตราส่วนกำไรขั้นต้นต่อรายได้ ใช้วัดความสามารถในการทำกำไรจากการขายก่อนหักค่าใช้จ่ายดำเนินงาน

Net Profit Margin และ Net Margin คืออะไร

Net profit margin คือ อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อรายได้ เป็นตัวชี้วัดสุดท้ายที่บอกว่าหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ธุรกิจเหลือกำไรกี่เปอร์เซ็นต์ Net margin คือ สิ่งเดียวกัน

สูตร Net Profit Margin = กำไรสุทธิ / รายได้ × 100%

Net Profit Margin เป็นตัวชี้วัดที่นักลงทุนให้ความสำคัญมาก เพราะแสดงให้เห็นประสิทธิภาพโดยรวมของธุรกิจ

Operating Profit Margin และ EBIT Margin

Operating profit margin คือ อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อรายได้ แสดงความสามารถในการทำกำไรจากกิจกรรมหลักของธุรกิจ ก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี

EBIT margin คือ อัตราส่วน Earnings Before Interest and Taxes ต่อรายได้ มักมีค่าใกล้เคียงกับ Operating Profit Margin แต่อาจรวมรายได้อื่นที่ไม่ใช่รายได้หลักด้วย

EBITDA Margin และ Contribution Margin

EBITDA margin คือ อัตราส่วน Earnings Before Interest, Taxes, Depreciation, and Amortization ต่อรายได้ เป็นตัวชี้วัดที่ตัดผลกระทบจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายออก ทำให้เห็นกระแสเงินสดจากการดำเนินงานชัดขึ้น

Contribution margin คือ ส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนผันแปร แสดงให้เห็นว่าการขายสินค้าแต่ละหน่วยช่วยครอบคลุมต้นทุนคงที่และสร้างกำไรได้เท่าไหร่

Margin of Safety และ Margin of Error คืออะไร

นอกจากความหมายทางการเงินและธุรกิจแล้ว Margin ยังมีความหมายในบริบทอื่นอีกด้วย

Margin of safety คือ แนวคิดในการลงทุนแบบ Value Investing ที่หมายถึงส่วนต่างระหว่างมูลค่าที่แท้จริงของหลักทรัพย์กับราคาตลาดปัจจุบัน Benjamin Graham ผู้บุกเบิกการลงทุนแบบเน้นคุณค่าแนะนำให้ซื้อหุ้นเมื่อราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมากพอ เพื่อมี “ส่วนเผื่อความปลอดภัย” รองรับความผิดพลาดในการประเมิน

Margin of error คือ ขอบเขตความคลาดเคลื่อนในทางสถิติ มักพบในการสำรวจความคิดเห็นหรือการวิจัย บอกว่าผลลัพธ์ที่ได้อาจคลาดเคลื่อนจากค่าจริงได้มากน้อยแค่ไหน ตัวอย่างเช่น “ผลโพลมี Margin of Error ±3%” หมายความว่าค่าจริงอาจต่างจากผลโพลได้ไม่เกิน 3%

ข้อดีและความเสี่ยงของการใช้ Margin

Margin คือ เครื่องมือที่มีทั้งข้อดีและความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจก่อนใช้งาน

ข้อดีของการใช้ Margin

  • ใช้เงินทุนน้อยในการเปิดสถานะใหญ่
  • เพิ่มศักยภาพในการทำกำไร
  • สามารถกระจายการลงทุนได้มากขึ้นด้วยเงินเท่าเดิม
  • เข้าถึงตลาดที่ปกติต้องใช้เงินทุนสูง

ความเสี่ยงของการใช้ Margin

  • ขยายการขาดทุนเช่นเดียวกับกำไร
  • เสี่ยงโดน Margin Call และ Stop Out
  • อาจสูญเสียเงินมากกว่าที่ลงทุนในบางกรณี
  • สร้างความกดดันทางจิตใจจากความผันผวน
  • ต้องติดตาม Margin Level อยู่เสมอ

วิธีใช้ Margin อย่างปลอดภัยสำหรับมือใหม่

หากคุณเป็นมือใหม่และต้องการใช้ Margin ควรปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้

  1. เริ่มด้วย Leverage ต่ำ เช่น 1:10 หรือ 1:20 แม้โบรกเกอร์จะให้สูงกว่านั้น
  2. ไม่เสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนในแต่ละการเทรด
  3. ตั้ง Stop Loss ทุกครั้งที่เปิดสถานะ
  4. ติดตาม Margin Level อยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้ต่ำกว่า 200%
  5. มี Free Margin เหลือเพียงพอรองรับความผันผวน
  6. ไม่เปิดสถานะหลายตัวพร้อมกันจนใช้ Margin เกือบหมด
  7. ฝึกในบัญชีทดลองก่อนใช้เงินจริง
  8. ศึกษาให้เข้าใจก่อนเริ่มเทรด

สรุป – Margin คือเครื่องมือเพิ่มโอกาสหรือความเสี่ยง?

Margin เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน มันช่วยให้คนที่มีเงินทุนน้อยสามารถเข้าถึงตลาดและมีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น แต่ก็ขยายความเสี่ยงในอัตราส่วนเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ Margin เป็นเครื่องมือที่ดีหรือแย่คือผู้ใช้ ไม่ใช่ตัว Margin เอง

สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มจากการเข้าใจกลไกให้ดีก่อน ใช้ Leverage ต่ำ มีระบบบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน และไม่ประมาท การมีวินัยและความรู้คือกุญแจสำคัญในการใช้ Margin อย่างปลอดภัยและเป็นประโยชน์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Margin (FAQ)

Margin ในธุรกิจคืออะไร

Margin ในธุรกิจหมายถึงส่วนต่างระหว่างรายได้กับต้นทุนหรือค่าใช้จ่าย มักแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ ใช้วัดความสามารถในการทำกำไร เช่น Gross Margin, Operating Margin หรือ Net Profit Margin

มาร์จิ้น แปลว่าอะไร

มาร์จิ้น แปลว่า “ขอบ” หรือ “ส่วนต่าง” ในบริบทการเทรดหมายถึงเงินค้ำประกันที่ต้องวางไว้กับโบรกเกอร์ ในบริบทธุรกิจหมายถึงส่วนต่างกำไร

มาร์จิ้นคืออะไร สำหรับมือใหม่

สำหรับมือใหม่ มาร์จิ้นคือเงินที่โบรกเกอร์กันไว้เมื่อคุณเปิดสถานะ เปรียบเหมือนเงินมัดจำที่ต้องวางไว้ เงินส่วนนี้ไม่หายไปไหน แต่ถูกล็อกไว้ชั่วคราวจนกว่าจะปิดสถานะ

Margin Call คืออะไร

Margin Call คือการแจ้งเตือนจากโบรกเกอร์ว่า Margin Level ในบัญชีต่ำกว่าระดับที่กำหนด เป็นสัญญาณเตือนให้เติมเงินหรือปิดสถานะบางส่วน ก่อนที่จะถูกบังคับปิด

Free Margin คืออะไร

Free Margin คือเงินที่เหลือในบัญชีหลังหักส่วนที่ใช้เป็น Margin ไปแล้ว สามารถใช้เปิดสถานะใหม่หรือถอนออกได้ คำนวณจาก Equity ลบ Used Margin

Margin กับ Leverage ต่างกันยังไง

Margin คือเงินค้ำประกันที่ต้องวาง ส่วน Leverage คืออัตราส่วนขยายอำนาจซื้อ ทั้งสองเกี่ยวข้องกันโดย Leverage สูงทำให้ต้องวาง Margin น้อยลง

คริปโตกับหุ้นต่างกันยังไง

ในแง่ Margin Trading คริปโตมี Leverage สูงกว่าหุ้นมาก ผันผวนมากกว่า และมีการกำกับดูแลน้อยกว่า ทำให้เสี่ยงกว่าการซื้อหุ้นด้วย Margin

Margin ใช้กับการลงทุนแบบไหนได้บ้าง

Margin ใช้ได้กับหลายตลาด ได้แก่ Forex, หุ้น (Margin Trading), Futures, Options และ Cryptocurrency แต่ละตลาดมีระดับ Leverage และกฎระเบียบที่แตกต่างกัน

พร้อมซื้อขายแล้วหรือยัง?

คุณอาจสนใจสิ่งเหล่านี้ด้วย:

FVG Forex คืออะไร?

สวอปในการซื้อขายฟอเร็กซ์คืออะไร