หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในยุคใหม่ของการวิเคราะห์ราคาเชิงลึกคือ Fair Value Gap หรือที่นักเทรดส่วนใหญ่เรียกกันแบบสั้น ๆ ว่า FVG Forex ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับการติดตามพฤติกรรมของราคาในตลาดจริง หากคุณเพิ่งเริ่มต้นเทรดหรืออาจเคยได้ยินคำว่า FVG คืออะไร จากคลิปสอนเทรด บทความ หรือกลุ่มเทรดแล้วรู้สึกยังไม่เข้าใจว่าทำไมเทรดเดอร์ระดับสถาบันถึงให้ความสำคัญกับโซนนี้มาก บทความนี้จะอธิบายทุกประเด็นให้ชัดเจน ตั้งแต่ความหมาย วิธีใช้งาน หลักการเบื้องหลัง จุดเข้าออกที่นิยมใช้ รวมถึงเหตุผลว่าทำไม FVG จึงกลายเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงสร้างตลาดแบบ Smart Money Concept (SMC)
เนื้อหาถูกเขียนใหม่ให้ละเอียดกว่าเดิมหลายเท่า เพื่อให้มือใหม่สามารถอ่านแล้ว “เห็นภาพทันที” และนำไปปรับใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ทิศทางราคา การมองหาโอกาสเข้าเทรด หรือการประเมินคุณภาพของโซนที่ตลาดมีแนวโน้มจะกลับมาเติมเต็มในอนาคต ทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าเหตุใด FVG Forex คือ หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่เทรดเดอร์ยุคใหม่แทบจะขาดไม่ได้เลย

ความหมายของ FVG Forex (Fair Value Gap)
FVG คือ ช่องว่างของราคา (Price Gap) ที่เกิดจากการเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วของตลาดจนทำให้เกิด “พื้นที่ที่ตลาดไม่ได้ซื้อขายจริง” หรือไม่มีการจับคู่คำสั่งซื้อ-ขายในช่วงราคานั้น ๆ โดยทั่วไปช่องว่างนี้จะเกิดจากแรงซื้อหรือแรงขายจำนวนมากที่ผลักราคาให้เคลื่อนตัวอย่างรุนแรง เช่น ในช่วงข่าวแรง โมเมนตัมเทรนด์ หรือการเปิดออเดอร์ก้อนใหญ่ของสถาบัน ส่งผลให้แท่งเทียนไม่สามารถสัมผัสกันได้ครบทุกส่วน และเกิดเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า ความไม่สมดุล (Inefficiency)
ในบริบทของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา เรามักอธิบายว่า FVG Forex คือ ช่องราคาไม่สมดุลที่เกิดขึ้นเมื่อโมเมนตัมผลักตลาดเดินหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่มีแรงฝั่งตรงข้ามเข้ามาสร้างสมดุลในทันที ดังนั้นช่วงราคานั้นจึงกลายเป็น “โซนที่มีโอกาสสูง” ที่ราคาจะย้อนกลับมาเพื่อเติมเต็มหรือปรับสมดุลในภายหลัง ขั้นตอนนี้เองที่กลายเป็นสัญญาณสำคัญซึ่งเทรดเดอร์นำไปใช้วางแผนเทรดตามแนวคิด Smart Money
ฟังดูอาจซับซ้อน แต่ในความเป็นจริง FVG เกิดขึ้นบ่อยมากและสามารถสังเกตได้ง่าย เพียงดูแท่งเทียน 3 แท่งที่ไม่ซ้อนทับกันก็เพียงพอแล้ว ความพิเศษคือ FVG มีความแม่นยำในการบอกโมเมนตัมดีกว่าช่องว่างแบบ Gap ในตลาดหุ้น เนื่องจากสะท้อนพฤติกรรมการไหลของคำสั่งซื้อขายโดยตรง
ความหมายของ FVG Forex (Fair Value Gap)
FVG คือ ช่องว่างของราคา (Price Gap) ที่เกิดจากการเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วของตลาดจนทำให้เกิด “พื้นที่ที่ตลาดไม่ได้ซื้อขายจริง” หรือไม่มีการจับคู่คำสั่งซื้อ-ขายในช่วงราคานั้น ๆ โดยทั่วไปช่องว่างนี้จะเกิดจากแรงซื้อหรือแรงขายจำนวนมากที่ผลักราคาให้เคลื่อนตัวอย่างรุนแรง เช่น ในช่วงข่าวแรง โมเมนตัมเทรนด์ หรือการเปิดออเดอร์ก้อนใหญ่ของสถาบัน ส่งผลให้แท่งเทียนไม่สามารถสัมผัสกันได้ครบทุกส่วน และเกิดเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า ความไม่สมดุล (Inefficiency)
ในบริบทของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา เรามักอธิบายว่า FVG Forex คือ ช่องราคาไม่สมดุลที่เกิดขึ้นเมื่อโมเมนตัมผลักตลาดเดินหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่มีแรงฝั่งตรงข้ามเข้ามาสร้างสมดุลในทันที ดังนั้นช่วงราคานั้นจึงกลายเป็น “โซนที่มีโอกาสสูง” ที่ราคาจะย้อนกลับมาเพื่อเติมเต็มหรือปรับสมดุลในภายหลัง ขั้นตอนนี้เองที่กลายเป็นสัญญาณสำคัญซึ่งเทรดเดอร์นำไปใช้วางแผนเทรดตามแนวคิด Smart Money
ฟังดูอาจซับซ้อน แต่ในความเป็นจริง FVG เกิดขึ้นบ่อยมากและสามารถสังเกตได้ง่าย เพียงดูแท่งเทียน 3 แท่งที่ไม่ซ้อนทับกันก็เพียงพอแล้ว ความพิเศษคือ FVG มีความแม่นยำในการบอกโมเมนตัมดีกว่าช่องว่างแบบ Gap ในตลาดหุ้น เนื่องจากสะท้อนพฤติกรรมการไหลของคำสั่งซื้อขายโดยตรง
จุดเริ่มต้นของแนวคิด Fair Value Gap
แนวคิด FVG ไม่ได้เกิดจากการคาดเดา แต่มีรากฐานมาจากการวิเคราะห์ของนักเทรดเชิงสถาบันและผู้ที่ศึกษาโครงสร้างตลาดในระดับลึก พวกเขาพบว่าเมื่อตลาดเกิดการเคลื่อนตัวอย่างรุนแรงและเร่งเกินไป มักจะทิ้ง “ช่องว่างที่ไม่มีความสมดุล” เอาไว้ ซึ่งหมายถึงช่วงที่ไม่มีใครได้ซื้อหรือขายจริง ทำให้ตลาดจำเป็นต้องกลับมาเพื่อสร้างสมดุลใหม่
ด้วยเหตุนี้ การเติมเต็ม FVG จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการปรับสมดุลตามธรรมชาติของตลาด และมักเกิดขึ้นควบคู่กับ:
- การเก็บสภาพคล่อง (Liquidity Grab)
- การเปลี่ยนโครงสร้างเทรนด์
- การเปิดคำสั่งใหญ่ของ Smart Money
- การเร่งตัวของราคาเมื่อมีข่าวสำคัญ
จึงไม่น่าแปลกใจที่ FVG ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับ Break of Structure (BOS) จะถือว่ามีความเชื่อถือสูงมาก เพราะเป็นสัญญาณว่าผู้เล่นรายใหญ่ได้ผลักดันราคาและยังมีออเดอร์คงค้างที่ต้องกลับมาจัดการภายหลัง
ทำไม FVG ถึงสำคัญต่อ Price Action
FVG ไม่ใช่เพียงช่องว่างธรรมดา แต่เป็นกลไกที่ช่วยเผยให้เห็น “พลังของตลาด” และเจตนาที่แท้จริงของผู้เล่นรายใหญ่ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจ Price Action ได้ในระดับลึกกว่าเดิม การรู้ว่า FVG คืออะไร จะทำให้คุณเห็นเบื้องหลังว่าการเคลื่อนไหวของราคาไม่ได้ไร้ทิศทาง แต่มีตรรกะและรูปแบบที่ตีความได้
ประโยชน์สำคัญของ FVG ต่อการอ่าน Price Action ได้แก่:
- บ่งบอกทิศทางโมเมนตัมที่แท้จริง
หากราคาสร้าง FVG อย่างชัดเจนแปลว่าตลาดมีแรงผลักจากฝั่งใดฝั่งหนึ่งอย่างชัดเจน - ช่วยระบุจุดกลับตัวที่น่าเชื่อถือมากขึ้น
เมื่อราคาเติม FVG แล้วค่อยเคลื่อนไหวต่อ เป็นจังหวะที่มืออาชีพใช้เข้าเทรดบ่อยที่สุด - ใช้ในการตั้ง Stop Loss และ Take Profit ได้แม่นยำ
โซน FVG เป็นบริเวณที่ตลาดให้ความสำคัญ จึงใช้เป็นแนว SL/TP ได้ดี - ทำให้การอ่านกราฟแบบ Raw Price Action เป็นระบบมากขึ้น
ผู้ที่อ่านราคาไม่ออกมักขาดจุดสังเกต แต่ FVG ช่วยให้รู้ว่าควรโฟกัสระดับราคาใด - เป็นพื้นฐานสำคัญของ Smart Money Concept (SMC)
แทบทุกกลยุทธ์ของ SMC เช่น BOS, Liquidity, POI ล้วนทำงานร่วมกับ FVG
ข้อดี–ข้อเสียของการใช้ FVG Forex
การใช้งาน FVG Forex ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ได้มีแค่การมองเห็นช่องว่างราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจถึง “จุดแข็ง–จุดอ่อน” ของแนวคิดนี้ด้วย เพราะ FVG แม้จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและนิยมใช้ในหมู่นักเทรด SMC แต่ก็ยังมีเงื่อนไขและข้อจำกัดบางประการที่ต้องพิจารณาก่อนนำไปใช้งานจริง
ข้อดี–ข้อเสียของการใช้ FVG Forex
การใช้งาน FVG Forex ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ได้มีแค่การมองเห็นช่องว่างราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจถึง “จุดแข็ง–จุดอ่อน” ของแนวคิดนี้ด้วย เพราะ FVG แม้จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและนิยมใช้ในหมู่นักเทรด SMC แต่ก็ยังมีเงื่อนไขและข้อจำกัดบางประการที่ต้องพิจารณาก่อนนำไปใช้งานจริง
ข้อเสีย
ไม่ใช่ทุก FVG จะถูกเติม บางครั้งราคาไม่ย้อนกลับ
แม้หลายคนจะเข้าใจว่า FVG ต้องถูกปิดเสมอ แต่ความจริงคือบางช่องราคาอาจไม่ถูกเติมเต็ม โดยเฉพาะในตลาดเทรนด์แข็งแรงที่ราคาเดินหน้าแบบต่อเนื่อง
ในตลาด Sideway FVG อาจทำให้เข้าใจผิด
ช่วงที่ตลาดเคลื่อนตัวแบบคับแคบหรือไม่มีทิศทาง ช่องว่างราคาเกิดขึ้นง่ายและอาจเป็นสัญญาณหลอก ทำให้ FVG ไม่สามารถใช้เป็นโซนกลับตัวที่มีน้ำหนักได้
ต้องใช้ร่วมกับบริบทของเทรนด์ มิฉะนั้นความแม่นจะลดลง
การตี FVG แบบโดดเดี่ยวโดยไม่พิจารณา Market Structure หรือ Order Flow อาจทำให้ตำแหน่งเข้าไม่สอดคล้องกับภาพรวมเทรนด์ ส่งผลให้โอกาสความสำเร็จลดลง
มือใหม่มักตี FVG ผิดตำแหน่ง ทำให้เสียโอกาสเข้าราคา
การระบุแท่งเทียนที่สร้างช่องว่างให้ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ หากวาดกว้างไป แคบไป หรือเลือกแท่งผิด อาจพลาดโซนที่แท้จริง หรือเข้าตลาดในจุดที่ไม่ปลอดภัย
ส่วนประกอบหลักของ Fair Value Gap ที่ต้องรู้
หากถามว่า FVG ดูยังไง ให้แม่นที่สุด สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ “โครงสร้าง” ของมัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้แยกแยะ FVG จริงกับ FVG หลอกได้อย่างชัดเจน
FVG เกิดจาก แท่งเทียนสามแท่งเรียงกัน โดยมีเงื่อนไขชัดเจนดังนี้:
- แท่งแรกสร้างราคาจุดหนึ่ง
เป็นแท่งฐานที่ราคาเคลื่อนไหวก่อนการเร่งตัว จะเป็นตัวกำหนดระดับสูง–ต่ำที่ใช้เทียบกับแท่งถัดไป - แท่งกลางวิ่งแรงมากจนไม่สัมผัสกับราคาของแท่งแรก
แท่งนี้เป็นหัวใจของ FVG เพราะแสดงถึงแรงซื้อหรือแรงขายแบบฉับพลัน หากมี Momentum สูงพอ จะเกิดช่องว่างระหว่าง High–Low ของแท่งกลางกับแท่งแรก - แท่งที่สามก็ไม่สัมผัสแท่งแรกเช่นกัน ทำให้เกิดช่องว่างต่อเนื่อง
เมื่อแท่งที่สามยังคงเคลื่อนตัวไปในทิศเดียวกับแท่งกลางโดยไม่กลับมาเติมช่องราคา จะช่วยยืนยันว่าช่องว่างที่เกิดขึ้นเป็น “Fair Value Gap ที่แท้จริง”
พื้นที่ที่ไม่ถูกแตะต้องโดยทั้ง 3 แท่งนี้ คือสิ่งที่เรียกว่า FVG ซึ่งถูกใช้เป็นโซนวิเคราะห์จุดเข้า จุดกลับตัว รวมถึงโอกาสที่ราคาอาจกลับมาเติมในอนาคต

FVG เกิดตรงไหนบนกราฟ? วิธีสังเกตแบบง่ายที่สุด
หลายคนที่เพิ่งเริ่มศึกษามักคิดว่า FVG เป็นรูปแบบที่พบยาก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว FVG ปรากฏบนกราฟ บ่อยมากกว่าที่คิด เพียงแต่ต้องรู้หลักการสังเกตที่ถูกต้อง ซึ่งสามารถเริ่มได้จากแนวทางพื้นฐานดังนี้:
มองหาแท่งเทียนที่มีตัวแท่งใหญ่ผิดปกติ
แท่งเร่งตัว (Impulse Candle) มักเป็นต้นกำเนิดของ FVG เพราะแสดงว่าตลาดมีแรงซื้อหรือแรงขายจำนวนมากในช่วงเวลาเดียว ทำให้เกิดช่องว่างราคา
เช็คความสัมพันธ์ของแท่งก่อนหน้าและแท่งถัดไป
ให้เปรียบเทียบ High / Low ของแท่งที่อยู่ก่อนและหลังแท่งเร่งตัว หากแท่งกลางเร่งแรงจน High หรือ Low ไม่ทับซ้อนกับแท่งแรกและแท่งที่สาม นั่นคือจุดที่ FVG ปรากฏ
ดูว่ามีช่วงราคาไม่สัมผัสกันหรือไม่
ช่วงที่ราคา “ขาดการซื้อขาย” หรือเกิดช่องว่าง คือสัญญาณของความไม่สมดุล (Imbalance) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ Fair Value Gap
หากราคาไม่เคยกลับมาแตะ ถือว่าเป็น Active FVG
Active FVG คือโซนที่ยังคงมีความหมายต่อการเทรด เพราะยังไม่ได้ถูกปิดหรือถูกเติมเต็ม เทรดเดอร์มักใช้โซนนี้เป็นจุดรอเข้าเทรด
พื้นที่ที่ตลาดอาจย้อนกลับมาทำ Rebalance
ความไม่สมดุลทำให้ตลาดมีแนวโน้มกลับมาเติมช่องราคานั้นในอนาคต เพื่อสร้างความสมดุลใหม่ตามหลักของ SMC
ดังนั้น หากคุณสงสัยว่า FVG ดูยังไง ให้เริ่มจากการมองหาแท่งเร่งตัวก่อนเสมอ เพราะแท่งประเภทนี้เป็นต้นเหตุของ FVG ถึงกว่า 90% ของรูปแบบทั้งหมดบนกราฟ ไม่ว่าจะอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น ขาลง หรือแม้แต่ช่วงที่ตลาดกำลังวิ่งแรงแบบต่อเนื่อง
ประเภทของ FVG Forex
แม้เราจะเรียกรวม ๆ ว่า FVG แต่แท้จริงแล้วสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามหน้าที่และบริบทของตลาด ดังนี้:
Bullish FVG
บ่งบอกแรงซื้อที่เข้ามาอย่างรุนแรง ราคาอาจมีแนวโน้มย้อนกลับลงมาแตะหรือเติม FVG ก่อนเด้งขึ้นต่อ เหมาะสำหรับหาโอกาส Buy ในจุด Discount
Bearish FVG
แสดงถึงแรงขายจาก Smart Money ราคาโดยมากจะรีบาวด์ขึ้นมาเทสต์บริเวณ FVG ก่อนดิ่งต่อ ใช้ในการมองหาจุด Sell ที่ปลอดภัย
Continuation FVG
เกิดขึ้นระหว่างเทรนด์ ทำหน้าที่เป็นสัญญาณบอกว่าโมเมนตัมกำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เป็นจุดที่ราคาอาจเติมแล้วไปต่อในทิศทางเดิม
Reversal FVG
เป็น FVG ที่เกิดหลังการเปลี่ยนโครงสร้างราคา (Structure Shift) บ่งบอกว่าตลาดกำลังเข้าสู่แนวโน้มใหม่ จึงมักมีพลังมากและเชื่อถือได้สูง
Higher Timeframe FVG
โซน FVG จาก TF ใหญ่ เช่น H4, D1 หรือ W1 มักมีน้ำหนักกว่าบน TF เล็ก เพราะเป็นระดับที่สถาบันเข้ามามีส่วนร่วมมากกว่า ใช้เพื่อระบุทิศทางภาพรวมของตลาดได้ดีเยี่ยม

วิธีใช้ FVG คู่กับโครงสร้างราคา (Market Structure)
เพื่อทำความเข้าใจ FVG Forex คืออะไร แบบลึกซึ้งจริง ๆ ต้องรู้จักเชื่อมโยง FVG กับ Market Structure เพราะโซนช่องว่างเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องใช้ “บริบท” ร่วมด้วยเพื่อให้ได้ความแม่นยำสูงสุด
ใช้ร่วมกับ Premium / Discount Zone
แนวคิดนี้ช่วยให้รู้ว่าโซนราคาใดเหมาะสำหรับการเข้าเทรด โดยหลักการคือ:
- ในเทรนด์ขาขึ้น ราคาอยู่เหนือ Fair Value
- ในเทรนด์ขาลง ราคาอยู่ใต้ Fair Value
หลักการใช้งาน:
- Buy ใน Discount Zone ที่มี Bullish FVG
เพื่อให้ได้จุดเข้าในพื้นที่ที่ราคามีความคุ้มค่าที่สุด - Sell ใน Premium Zone ที่มี Bearish FVG
เพื่อเลือกจุดที่ Smart Money มักทยอยเปิดสถานะ
นี่คือหนึ่งในรูปแบบการเทรดที่มืออาชีพใช้มากที่สุดใน SMC
ใช้ร่วมกับ Liquidity และการหลอกเบรก (Fake Break)
ตลาดมักจะเก็บสภาพคล่อง (Liquidity) ก่อนจะวิ่งไปสร้าง FVG ใหม่ เพราะการเก็บ Stop Loss หรือ Sweep High/Low จะสร้างแรงส่งให้ราคาเร่งตัวจนเกิด Imbalance
FVG จึงมักปรากฏหลังเหตุการณ์เหล่านี้:
- ราคาไปเก็บ Stop Loss บน/ล่าง
- ราคาแตะจุดดึงดูดสำคัญ เช่น Liquidity Pool
- ราคา Break Structure แบบหลอก หรือเกิด ChoCH ปลอม
- ตลาด Create Imbalance ก่อนกลับมาปรับสมดุลอีกครั้ง
รูปแบบนี้เป็นสัญญาณกลับตัวที่รุนแรงและแม่นยำมาก เหมาะสำหรับหาจุดเริ่มต้นของเทรนด์ใหม่หรือเข้าเทรดแบบตามรอย Smart Money
Rebalancing, Inefficiency และ Price Swing ที่เกี่ยวข้องกับ FVG
ในโลกของ Smart Money Concept (SMC) การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง FVG, Rebalancing และ Price Swing ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะทั้งสามอย่างนี้เกิดร่วมกันแทบทุกครั้งที่ตลาดเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง และล้วนส่งผลโดยตรงต่อการหาโซนเข้าเทรดที่มีความแม่นยำสูง
Rebalancing คืออะไร?
เมื่อราคาเกิดช่องว่างหรือความไม่สมดุล (Inefficiency) จากการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เช่น การพุ่งขึ้นหรือลงด้วยแท่งเทียนขนาดใหญ่ ตลาดจะถือว่าส่วนนี้ยัง “ไม่สมบูรณ์” เนื่องจากไม่มีการจับคู่คำสั่งซื้อ-ขายที่สมดุลจริงในพื้นที่ดังกล่าว
ดังนั้นราคาจึงมีแนวโน้ม “ย้อนกลับมาเติมเต็ม” ช่องว่างนั้น เพื่อให้ตลาดกลับสู่สภาวะซื้อขายที่เป็นปกติ
กระบวนการที่ราคากลับมาเติมช่อง FVG นี้เรียกว่า Rebalancing ซึ่งมีความสำคัญในหลายด้าน ได้แก่:
- ช่วยให้เห็นว่าตลาดพยายามกลับเข้าสู่มูลค่ายุติธรรม
- ใช้ยืนยันว่าบริเวณนั้นมีคำสั่งตกค้าง (Resting Orders) ของ Smart Money
- เป็นสัญญาณเตือนว่าโมเมนตัมที่พุ่งไปก่อนหน้าอาจชะลอหรือพักตัวก่อนไปต่อ
ด้วยเหตุนี้ เทรดเดอร์มักใช้ FVG เป็นระดับอ้างอิงเพื่อดูว่าตลาดยังมี “ภาระต้องกลับไปปิดช่อง” หรือไม่ และช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าควรรอเข้าเทรดจุดใด
ดังนั้น FVG คือ หนึ่งในเครื่องมือที่บอกได้ว่าตลาดมีความไม่สมดุลมากแค่ไหน และความไม่สมดุลนั้นจะถูกเติมเต็มในอนาคตหรือไม่
Failed Price Swing คืออะไร?
Failed Price Swing คือ การเหวี่ยงตัวของราคาที่พยายามสร้าง High หรือ Low ใหม่ แต่ไม่สามารถ “ยืนเหนือ” หรือ “ยืนต่ำ” กว่าจุดเดิมได้ ทำให้เกิดสัญญาณกลับตัวที่มีน้ำหนักค่อนข้างสูง
สถานการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยเมื่อ:
- ราคาไปเก็บ Liquidity แล้วไม่สามารถเดินหน้าต่อ
- แรงเทรดในทิศทางนั้นหมดไป
- เกิด FVG ใหม่ในทิศทางตรงข้ามหลังจาก Swing ล้มเหลว
เมื่อเกิด Failed Swing ตามมาด้วย FVG ในทิศทางกลับกัน มักเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนเทรนด์ที่สำคัญอย่างมาก จึงเป็นสัญญาณที่เทรดเดอร์ SMC ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
วิธีเทรด FVG Forex สำหรับมือใหม่ พร้อมตัวอย่างการประยุกต์
เพื่อให้ผู้เริ่มต้นเข้าใจการใช้ fvg forex ใช้ยังไง อย่างเป็นระบบ สามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ ซึ่งเป็นวิธีที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง:
- ระบุเทรนด์โดยดู Break of Structure (BOS)
ตรวจสอบว่าตลาดกำลังเป็นขาขึ้นหรือขาลง เพื่อไม่ให้เทรดสวนเทรนด์โดยไม่จำเป็น - หา FVG ในทิศทางเดียวกับเทรนด์หลัก
ถ้าเป็นเทรนด์ขึ้น ให้หา Bullish FVG
ถ้าเป็นเทรนด์ลง ให้หา Bearish FVG - ตั้งโซน FVG ให้ชัดเจนบนกราฟ
วาดเส้นหรือบล็อกเน้นบริเวณช่องว่างระหว่างแท่งเทียน เพื่อให้รู้ระดับราคาที่ต้องรอเทสต์ - รอราคารีเทสต์เข้ามาใน FVG
ห้ามไล่ราคา เพราะการเข้าเทรดควรทำตอนตลาดกลับมาปรับสมดุล - มองหาคอนเฟิร์ม เช่น แท่ง Rejection หรือ BOS ย่อย
เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าแรงซื้อหรือแรงขายกลับเข้ามาจริง - ตั้ง Stop Loss ใต้/เหนือ FVG
จุดนี้มักเป็นบริเวณที่ Smart Money ปิดความเสี่ยง ทำให้ SL มีเหตุผลรองรับ - ตั้ง TP ไว้ที่ Liquidity ถัดไป
เช่น จุดสูง/ต่ำเดิม, Equal High/Low, Fair Value Zone อื่น ๆ
นี่คือระบบที่ทำให้ผู้เริ่มต้นเข้าใจได้ง่ายที่สุดว่าการใช้ fvg forex ใช้ยังไง ในบริบทตลาดจริง ไม่ใช่แค่ตามทฤษฎี
เคล็ดลับใช้ FVG ให้แม่นขึ้นในตลาดจริง
- ใช้ FVG บน Timeframe ใหญ่เป็นตัวหลัก
- Timeframe เล็กใช้หาจุดคอนเฟิร์มเพิ่ม
- ไม่ใช้ FVG เดี่ยว ๆ ควรดู Market Structure ประกอบ
- แนะนำให้จำแนก FVG ตามตำแหน่งของเทรนด์
- เทรดเฉพาะ FVG ที่อยู่ในโซน Premium/Discount ที่เหมาะสม
- ถ้าราคาเติม FVG แล้ว ให้รอโครงสร้างใหม่
- หากดูไม่ออกว่า FVG ดูยังไง ให้ฝึกย้อนหลังเสมอ
- เทรดเฉพาะ FVG ที่เกิดจากแท่งแรง เพราะเชื่อถือได้มากกว่า
คุณอาจสนใจ:







